Edward “Ned” Low โจรสลัดที่อำมหิตที่สุดในแคริเบียน

Edwardlowwiki
Cpt. Edward Low ขณะเผชิญกับเฮอริเคน ภาพนี้แขวนอยู่ที่ London National Maritime Museum (Photo credit : wikipedia)

Cpt. Edward “Ned” Low โจรสลัดผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงปลายของยุคโจรสลัด เขาเกิดในช่วงปี 1690 เขาเกิดในย่านเวสมินเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากมีฐานะยากจนเขาจึงเป็นโจรลักเล็กขโมยน้อยมาตั้งแต่เด็ก หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ มีภรรยาหนึ่งคนแต่เธอก็ต้องมาเสียชีวิตในขณะที่คลอดบุตรในช่วงปลายปี 1719 หลังจากนั้นสองปีเขาก็ได้กลายมาเป็นโจรสลัดกระทำการอยู่แถบนอกชายฝั่งนิว อิงแลนด์ หมู่เกาะอะโซรส์และแคริเบียน

เขามีเรือลำเล็ก ๆ ภายใต้บัญชาการอยู่ประมาณ 3 – 4 ลำ แต่สามารถเข้ายึดเรือมาได้กว่าร้อยลำในช่วงเวลาสั้น ๆ เรือส่วนใหญ่ที่ถูกยึดได้มักจะถูกเผาทิ้ง แม้ว่าเขาจะกระทำการเป็นโจรสลัดแค่ 3 ปีแต่การกระทำของเขาก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว อันเนื่องมาจากการกระทำอันโหดเหี้ยมของเขาในช่วงเวลานั้น เขาทรมาณและทำร้ายตัวประกันก่อนจะลงมือสังหาร นักเขียนชื่อดังอย่าง Sir Arthur Conan Doyle กล่าวถึงเขาเอาไว้ว่า “ป่าเถื่อน สิ้นคิด วิปริตและทารุณอย่างไม่น่าเชื่อเลย” มีการคาดการณ์กันว่า Edward Low น่าจะเสียชีวิตในช่วงปี 1724

ชีวิตที่อังกฤษ

อ้างอิงจากหนังสือ A General History of the Pyrates เขียนโดย Cpt. Charles Johnson ได้บรรยายถึงตัวตนของ Edward Low เอาไว้ว่า เขาเป็นคนไม่มีการศึกษา หาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งและเป็นคนขี้โกง เที่ยวเดินกร่างไปทั่ว เมื่อตอนที่เขาเป็นหนุ่มเขาเป็นนักล้วงกระเป๋าและนักพนัน คนในครอบครัวของเขาส่วนใหญ่ก็เป็นหัวขโมย Richard พี่ชายของเขาถูกตัดสินประหารชีวิตที่ Tyburn ในปี 1707 จากคดีที่ปีนเข้าไปขโมยของในบ้านหลังหนึ่ง

ตั้งรกรากที่ Boston

การใช้ชีวิตเป็นนักล้วงกระเป๋าและเที่ยวลักขโมยนานวันเข้าก็เริ่มทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย เขาจึงตัดสินใจเดินทางออกจากอังกฤษและเดินทางเพียงลำพังไปยังโลกใหม่ (โลกใหม่เป็นชื่อที่เรียกดินแดนที่ถูกค้นพบใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 15 ในที่นี้หมายถึงทวีปอเมริกา) ในช่วงปี 1710 เขาเดินทางไปหลายต่อหลายที่ก่อนที่จะลงหลักปักฐานที่ Boston วันที่ 12 สิงหาคม 1714 เขาก็แต่งงานกับ Eliza Marble มีลูกสองคน คนหนึ่งเป็นบุตรชายเสียชีวิตขณะที่ยังเป็นทารก และบุตรสาวชื่อ Elizabeth เกิดในช่วงฤดูหนาวปี 1719 แต่แล้ว Eliza ภรรยาของ Low ก็เสียชีวิต ทิ้งให้ Low อยู่กับบุตรสาวเพียงลำพัง การเสียชีวิตของภรรยาส่งผลต่อ Low อย่างมาก หลังจากที่ออกเดินเรือมาเป็นโจรสลัด เขามักแสดงความรู้สึกเสียใจที่ทิ้งลูกสาวเอาไว้เบื้องหลัง และปฏิเสธที่จะรับชายที่แต่งงานแล้วเข้ามาเป็นลูกเรือของเขาด้วย รวมทั้งยังช่วยให้พวกผู้หญิงกลับถึงท่าเรือโดยปลอดภัยด้วย ในช่วงแรกเขาประกอบอาชีพที่สุจริตโดยการทำงานเป็นคนขึงใบเรือ จนถึงช่วงต้นปี 1722 เขาก็เข้าร่วมกับแก๊งชายฉกรรจ์ 12 คนลงเรือ sloop ลำหนึ่งมุ่งหน้าสู่ Honduras เพื่อนำท่อนซุงกลับไปขายต่อที่ Boston

Low ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมคนงานขนถ่ายไม้ซุง วันหนึ่งเขากลับไปยังเรือที่พักเพราะรู้สึกหิว แต่ถูกห้ามไว้โดยกัปตันของเรือทำให้ต้องรอก่อนเขาจึงจะกินได้ เมื่อได้ยินดังนั้น Low จึงหยิบปืนขึ้นมายิงไปที่กัปตันของเรือแต่พลาดเป้า เขาจึงเล็งไปยิงผู้ติดตามของกัปตันคนหนึ่งเข้าที่คอ เหตุนี้จึงทำให้เขาและลูกน้องคนที่เหลือถูกขับออกจากเรือ หนึ่งวันถัดจากนั้น Low และลูกแก๊ง 12 คน หนึ่งในนั้นคือ Francis Farrington Spriggs (ภายหลังได้กลายมาเป็นโจรสลัดอีกคนหนึ่ง) ได้เข้ายึดเรือลำเล็กลำหนึ่งนอกชายฝั่งเกาะ Rhode ในขณะที่เข้ายึดเรือลำนั้นเขาได้ฆ่ายามเฝ้าเรือไปคนหนึ่ง Low และลูกเรือจึงกลายมาเป็นโจรสลัดเต็มตัว และตั้งใจว่า “จะชูธงดำและประกาศสงครามกับคนทั้งโลก”

ร่วมมือกับ George Lowther

เหล่าโจรสลัดป้ายแดงมุ่งหน้าสู่เกาะ Grand Cayman พวกเขาก็ได้พบกับกองกำลังโจรสลัดที่อยู่ภายใต้บัญชาการของ Georger Lowther กัปตันของเรือ Happy Delivery Lowther อยู่ในช่วงต้องการหาคนเพิ่มเขาจึงเชื้อเชิญให้ Low และพรรคพวกมาร่วมกับเขาด้วย พวกเขาเข้ากันได้ดี Edward Low ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้บัญชาการ ภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ เรือ Happy Delivery สามารถปล้นเรือ Greyhound ขนาด 200 ตันที่มีเส้นทางออกจาก Boston นับเป็นรางวัลใหญ่มากทีเดียว ไม่นาน Edward Low ก็ได้รับการเลื่อนชั้นเป็นผู้บัญชาการของเรือ sloop ซึ่งมีปืนใหญ่ 18 กระบอก นับเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Low จากคนงานขนไม้กลายมาเป็นกัปตันเรือภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

แยกทางกับ Lowther

หลังจากที่เหล่าโจรสลัดไปปลีกวิเวกอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งได้ไม่นานพวกเขาก็ถูกโจมตีโดยชนชาวพื้นเมืองกลุ่มใหญ่บนเกาะนั้น แม้ว่าพวกเขาจะหนีมาได้แต่ว่าก็ต้องสูญเสียของที่ปล้นมาได้ไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเรือ Happy Delivery ที่ถูกเผาด้วย ด้วยเรือที่เหลืออยู่พวกเขาก็กลับไปออกทะเลอีกครั้งและปล้นเรือมาได้จำนวนมาก เดือนพฤษภาคม 1722 Edward Low และ Georger Lowther ก็ตัดสินใจแยกทางกันด้วยดีและยังคงเป็นพันธมิตรต่อกัน Edward Low มีเรือ Brigantine 1 ลำเป็นเรือติดอาวุธมีปืนใหญ่ 2 กระบอก ปืนเล็ก (Swivel gun) อีก 4 กระบอกโดยมีลูกเรือภายใต้บัญชาการ 44 คน

ความสำเร็จของ Low

ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี Edward Low ก็กลายเป็นโจรสลัดที่ประสบความสำเร็จมากมายและกลายเป็นโจรสลัดที่น่าเกรงขามมากที่สุดในโลก เขาและลูกเรือออกปล้นสะดมกินบริเวณกว้างตั้งแต่ทางชายฝั่งตะวันตกของอัฟริกาไปจนถึงบราซิล และจากทางตอนเหนือไปจนถึงทางใต้สุดของอเมริกา ธงโจรสลัดของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่ว ธงพื้นดำมีรูปโครงกระดูกสีแดงอยู่ตรงกลางสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วท้องทะเล

ธง Jolly Roger ของ Edward Low
ธง Jolly Roger ของ Edward Low

กลยุทธของ Low

Low เป็นโจรสลัดผู้มีความเฉลียวฉลาด เขารู้ว่าเวลาใดควรจะทำศึกด้วยวิธีใด และจะใช้กำลังเข้าสู้ก็ต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เขายึดธงมาจากเรือหลายประเภท และนำเอาธงมาใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธงสเปน ธงอังกฤษ หรือธงของชาติใดก็ตาม ที่เขาคิดว่าเหยื่อของเขาจะมาจากชาตินั้น ๆ  เมื่อเรือของเหยื่อแล่นเข้ามาอยู่ในระยะ เขาก็จะชูธง Jolly Roger (อันเป็นสัญลักษณ์ของโจรสลัด) ขึ้นทันทีและเปิดการโจมตี ทำให้เรือหลาย ๆ ลำต้องยอมจำนน Low มักชนะข้าศึกด้วยเล่ห์เหลี่ยมเขาใช้เรือลำเล็ก ๆ เพียงไม่กี่ลำในการโจมตีศัตรู

เขาใช้การพูดข่มขู่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เมื่อเขาต้องการเสบียงเขาก็จะส่งผู้นำสารออกไปเพื่อขู่ว่าจะโจมตีหากเหยื่อไม่ยอมทำตาม บางครั้งก็จะใช้ตัวประกันในการข่มขู่ด้วยโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องยิงปืนเลยแม้แต่นัดเดียว โดยมากแล้วเขามักจะคืนตัวประกันกลับไปโดยไม่ทำอันตรายใด ๆ อาจเพราะเกรงว่าหากทำอะไรไม่ดีคำขู่ของเขาอาจจะใช้ไม่ได้ผลต่อไปในอนาคต

ความอำมหิตของ Edward Low

crueltLow
ความอำมหิตของ Low ภาพจากหนังสือ A Pirate’s Own Book (1837) (Photocredit: wikipedia)

ความเหี้ยมโหดของ Low เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเผาเรือลำหนึ่งทิ้งเมื่อเขาไม่ต้องการเรือลำนั้นอีกต่อไป เขาสั่งให้ผูกพ่อครัวของเรือลำนั้นติดไว้กับเสากระโดงเรือและจุดไฟเผาทั้งเป็นเหตุผลเพราะพ่อครัวคนนี้ชอบทอดอาหารทำให้มีกลิ่นน้ำมันติดตัวออกมาด้วย การกระทำเช่นนี้สร้างความบันเทิงให้กับเขาและพวกลูกเรืออย่างมาก อีกเหตุการณ์หนึ่ง Edward Low และลูกเรือยึดเรือสัญชาติโปรตุเกสเอาไว้ได้ บาทหลวงสองคนของเรือถูกจับแขวนเอาไว้ที่เสากระโดงเรือและถูกสะบัดไปมาจนพวกเขาเสียชีวิตคาเชือก ส่วนผู้โดยสารชาวโปรตุเกสคนหนึ่งที่มองดูความตายของเพื่อนร่วมทางด้วยความเวทนาถูกลูกเรือของ Low จับหั่นเป็นชิ้น ๆ

ส่วนกัปตันของเรือโปรตุเกสลำนี้ถูกจับตัดลิ้น Low สั่งให้เอาลิ้นของกัปตันผู้นี้ไปปรุงอาหารและสั่งให้กัปตันของเรือกินลิ้นตัวเอง Low สั่งฆ่ากัปตันและลูกเรือทั้งหมด 32 คน อีกเหตุการณ์หนึ่งเขายึดเรือโจรสลัดสัญชาติสเปนเอาไว้ได้ บนเรือสเปนลำนั้นมีนักโทษชาวอังกฤษอยู่บนเรือเป็นจำนวนมาก Low สั่งให้ปล่อยนักโทษชาวอังกฤษทั้งหมดและสั่งให้ฆ่าโจรสลัดชาวสเปนทั้งลำรวมทั้งหมด 70 คน

สิ้นยุคกัปตัน Low

เดือนมิถุนายน 1723 Low พาเรือ Fancy ออกเดินทางไปพร้อมกับเรือ Ranger บัญชาการโดย Charles Harris รองกัปตันผู้ซื่อสัตย์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการปล้นเรือมามากมายในแถบ Carolinas พวกเขาก็ได้พบกับเรือปืนใหญ่ 20 กระบอก เรือรบระดับ Man of War ของราชนาวีอังกฤษ เรือ Greyhound ซึ่งกำลังออกตามล่าโจรสลัดอยู่พอดี Low และ Harris เข้าปะทะกับ Greyhound ซึ่งการปะทะกันครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่ทั้งสองคาดการณ์ไว้มาก เรือ Greyhound โจมตีเรือ Ranger อย่างหนักหน่วงและยิงปืนใหญ่ทำลายเสากระโดงเรือจนหัก ทำให้เรือหมดสภาพสู้รบ Low ตัดสินใจถอนตัวออกจากสมรภูมิโดยปล่อยให้ Harris และโจรสลัดที่เหลือเผชิญชะตากรรมตามลำพัง Harris และลูกเรือจำนวนหนึ่งถูกนำตัวไปลงโทษที่ New Port บางส่วนถูกประหารชีวิต บางส่วนได้รับการปล่อยตัว

Edward Low (Photo credit :wikipedia)
Edward Low (Photo credit :wikipedia)

น่าแปลกที่เรื่องราวของ Edward Low กลับค่อย ๆ เลือนหายไปในปัจจุบัน การเป็นโจรสลัดกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจแต่ว่ามีโจรสลัดน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จ เรื่องราวของ Edward Low แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย ชื่อของเขาไปปรากฏอยู่บนเกมคอมพิวเตอร์และเป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่อง Pirates of The Carribean เกาะ Cayman ได้นำเอารูปของเขาไปเป็นตราในแสตมป์ในปี 1975

ข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ A General History of the Pyrates ซึ่งเขียนโดย Charles Johnson ระบุว่า ตำแหน่งสุดท้ายของเรือ Fancy น่าจะร่องเรืออยู่ในแถบบราซิลแต่ข้อมูลมากกว่านั้นไม่เป็นที่ค้นพบ มีรายงานจากพิพิธิภัณฑ์ National Maritime Museum ใน London กล่าวว่า Low ไม่เคยถูกจับได้ ตำนานของเขาจึงจบลงแค่ที่บราซิลเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง (Reference) : Wikipedia , about.com

ปล. อันที่จริงมี Pirate code ของ Edward Low ด้วยค่ะแต่ว่าไม่ขอแปลนะคะ ส่วนใหญ่จะกล่าวถึงข้อตกลงทั่วไปและการถูกลงโทษหากทำผิดอะไรก็ว่ากันไป อันนี้เป็นโจรสลัดคนสุดท้ายแล้วที่จะแปลหากว่าในเกม Assassin’s creed IV Black flag มีโจรสลัดคนอื่นมาเพิ่มอีกก็จะนำมาแปลอีกตามความเหมาะสมค่ะ

เชิญอ่านประวัติโจรสลัดคนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ List of Pirates and Pirate Hunters

Advertisements

8 comments

  1. ขอบคุณที่ค้นคว้าและแปลอย่างดีมากๆ ให้อ่านกันครับ 😀

      • นั่นแหละครับที่ต่าง ที่ผมบอกเหมือนกันคือพวก บ้านเกิด (อังกฤษ) , เวลาเกิดและตาย ฯลฯ

  2. แปลเก่งจังครับ ระเอียดยิบ
    สนใจรับจ้างแปลมั้ยครับ…

  3. ตอนนี้ลอว์กำลังดัง….ในวันพีชท่าทางจะมีคนอ่านเยอะ..
    ถ้าพอมีเวลาว่างสนใจแปลบทความ..ลงบล็อก
    พูดคุยเรื่องราคาและรายละเอียดได้ตามเมลนะครับ
    ไม่เรื่องมากขอแค่อ่านสนุกก็พอ…..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s