บทความ : Splinter Cell Blacklist หน่วย 4th Echelon กับความเป็นครอบครัว

เมื่อกล่าวถึงสายสัมพันธ์ที่เปรียบเสมือนครอบครัวแล้ว ไม่มีอะไรที่จะสามารถนำคนกลุ่มหนึ่งให้สามารถเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้รวดเร็วได้มากกว่าการต่อสู้กับภัยคุกคามของการก่อการร้าย และแน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงหน่วยงาน 4th Echelon พวกเขาเปรียบเสมือนครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ทว่านี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ Splinter Cell Blacklist และตลอดทั้งเกมเราจะได้เห็นผู้คนที่เป็นเสมือนครอบครัวของ Sam Fisher มาร่วมมือกัน แม้ว่าพวกเขาจะมีภูมิหลังที่แตกต่างกันก็ตาม

SCBL Samแท้จริงแล้วเรื่องราวใน Splinter Cell Blacklist คือส่วนสำคัญที่ทำให้ Sam Fisher ต้องเปลี่ยนตัวเองจากหมาป่าเดียวดายให้กลายมาเป็นผู้นำกลุ่ม ซึ่งในกลุ่มของเขาประกอบไปด้วยคนเก่าที่คุ้นเคยและหน้าใหม่ที่มีความสามารถ “ในเกมนั้น Sam จะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเขานั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยเหล่าคนมีฝีมือ ผู้ที่ถูกฝึกมาอย่างชำนาญ และ ผู้ที่เป็นอัจฉริยะ และพวกเขาก็สามารถตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องมี Sam” คุณ Maxime Beland , director ของเกมกล่าว “นอกจากเขาจะเรียนรู้เรื่องการออกคำสั่งให้พวกเขาทำอะไรแล้วเขายังได้เรียนรู้เรื่องการเชื่อใจในตัวพวกเขาด้วย เขาต้องทำงานเป็นทีมเพื่อให้งานออกมาสำเร็จลุล่วงไปได้” และนี่คือหน่วย Fourth Echelon และนี่คือความแตกต่างของแต่ละคนในทีมที่เข้ากันอย่างน่าประหลาด

SCBL Grim Anna Grímsdóttir – Mother Dearest

หลังจาก Splinter Cell Conviction ทั้ง Sam และ Grim ก็จบความสัมพันธ์กัน พวกเขาไม่มีอะไรต้องติดต่อกันอีกแล้ว จนกระทั่งท่านประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเรียกพวกเขาให้มาทำงานในทีมเดียวกัน ความตึงเครียดที่ต้องกลับมาร่วมมือกันไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สัมผัสได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ และนี่ไม่ได้หมายถึงเรื่องราวเบื้องหลังที่มีปัญหาของทั้งคู่เพียงอย่างเดียว แต่ตัวของ Grim เองก็เข้าใจดีว่าเธอจำเป็นต้องเข้ามาทำงานในหน่วย Fourth Echelon การแย่งชิงอำนาจกันนี้ไม่มีผลต่อความสัมพันธ์ที่กำลังตึงเครียดของทั้งคู่ที่เกิดจากเรื่องราวในภาค Conviction ให้พอจะทุเลาลง แต่ว่ามันก็ช่วยให้ผ่อนคลายลงมาบ้างเมื่อ Sam อาสาจะเป็นผู้นำกลุ่มเพื่อพิสูจน์ตัวตนของเขาในสายตาของ Grim

Grimm“ผมคิดว่า Grim เป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมากเธอแข็งแกร่งพอ ๆ กับ Sam” คุณ Beland กล่าว นั่นทำให้การคัดเลือกนักแสดงที่จะมาแสดงเป็นเธอนั้นไม่ง่ายเลย “เราได้คุณ Eric ที่จะมาแสดงเป็น Sam แต่ว่าพอเราต้องมาคัดเลือกตัวนักแสดงที่จะมาเป็น Grim เราไม่ได้เพียงแค่ต้องการนักแสดงที่มีความสามารถเท่านั้น เราต้องการคนที่จะมาเข้าฉากกับ Eric โดยสามารถมองไปที่เขาในขณะที่เรากำลังทำการจับภาพและสามารถยืนหยัดต่อหน้าเขาได้อย่างน่าเกรงขามและดูมีพลัง” เขาเสริม “สำหรับผมมันยากทีเดียวที่จะลบภาพของ Kate Drummond ออกจาก Grim และมันก็ยากทีเดียวที่จะคิดถึง Sam โดยไม่คิดถึง Eric Johnson” เขากล่าวต่อไปว่า “Kate สามารถแสดงเป็น Grim ได้ยอดเยี่ยมและทรงพลังมาก เธอสามารถมองเข้าไปในตาของ Sam และเตือนเขาได้เมื่อเขาตัดสินใจผิดพลาด”

Charlie Cole – The Bouncing Baby Boy Genius  SCBL Charlie

หากว่าเราได้เห็น Charlie ใน Blacklist เราจะรู้ได้เลยว่า Sam กับเขาต้องเคยมีเบื้องหลังอะไรกันมาก่อนแน่นอน ในหนังสือการ์ตูน Splinter Cell Echoes เราได้เห็นกันมาบ้างแล้วในระดับของความสัมพันธ์แบบการนับถือกันอย่างวีรบุรุษและที่ปรึกษา “Sam มอง Charlie เปรียบเสมือนน้องชายคนหนึ่ง ดังนั้น Sam จึงคอยปกป้องเขาและไว้ใจเขา” คุณ Beland อธิบายเพิ่ม “แต่ว่า Charlie ไม่ได้คิดว่า Sam เป็นเพียงแค่พี่ชายเท่านั้น แต่เกือบจะเป็นถึงพ่อเลยด้วยซ้ำ เขาจึงไม่อยากจะทำให้ Sam รู้สึกผิดหวังในตัวเขา”

เบื้องหลังเทคโนโลยีอัจฉริยะทั้งหลายของระบบ SMI (Strategic Mission Interface เป็นระบบปฏิบัติการที่ช่วยในการตัดสินใจในการทำภารกิจต่าง ๆ ของ Sam Fisher มีเฉพาะในภาค Blacklist) และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Sam ตัวของ Charlie ยังไม่เคยต้องมาแบกรับกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก่อน ดังนั้นตัวตนของเขาจึงดูอ่อนไหวต่อการที่จะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็น ความตาย เขาเป็นคนไม่ค่อยชอบทำตามกฏซึ่งนั่นเข้ากันได้กับตัวตนของ Sam อยู่แล้ว แต่กับเจ้าระเบียบอย่าง Grim แล้วล่ะก็นั่นเป็นเรื่องที่แย่มาก แต่อันที่จริงเธอเองก็เริ่มจะสนิทสนมกับเขามาบ้าง “เราจะได้เห็น Grim รับบทบาทเป็นเสมือนแม่คอยช่วย Charlie ให้ทำงานแบบเป็นมืออาชีพ มันเหมือนกับว่าในบางจุด Grim ก็จะประมาณว่า เฮ้ย เ-รแล้ว นายทำมันพัง แต่มันอาจจะดีกว่าถ้า Sam ไม่รู้เรื่องนี้” ดูแล้วคล้าย ๆ กับแม่ที่คอยช่วยลูก ๆ ทำความสะอาดเวลาที่พวกลูก ๆ ทำอะไรละเทะ

SCBL Briggs Isaac Briggs – The Son with Something to Prove

Sam ไม่ต้องการคู่หูอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มเรื่องในเกม โดยเฉพาะคนที่มาจากการที่ Grim เป็นคนเลือก Isaac Briggs เจ้าหน้าที่ CIA หนุ่ม เขาเป็นคนทำตามกฏ เถรตรง มีความสามารถ เขาเป็นเหมือนทุกอย่างที่ Grim คิดว่า Sam เคยเป็น แต่อันที่จริงแล้ว Sam ไม่ได้ต้องการเขาเลย เขามักจะไม่ค่อยสนใจ Briggs แม้ว่าให้เข้าร่วมทำงานด้วย แต่ก็ให้รักษาระยะห่าง แต่ว่า Briggs ก็ค่อย ๆ พิสูจน์ตนเอง ใน co-op mission เขาจะคอยระวังหลังให้ Sam และช่วยเหลือ Sam ในภารกิจต่าง ๆ

Sam-and-Briggs“ในเนื้อเรื่องในเกมที่ดำเนินไป Samจะค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะเชื่อใจเขามากขึ้นและมากขึ้น และเขาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป” คุณ Beland กล่าว “จนไปถึงจุด ๆ หนึ่ง Briggs ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ เกี่ยวกับความหมายของเรื่องทั้งหมด นี่คุณต้องไปอีกไกลแค่ไหนถึงจะได้ในสิ่งที่ดีกว่า คุณคิดจะทอดทิ้งคนที่คุณรักไปอย่างนั้นหรือ”

ด้วยจุดเปลี่ยนนี้ทำให้ Sam ต้องต่อสู้กับหลักการของตัวเขาเอง “Sam เชื่อว่าหากว่าการสละชีวิตคนเพียงคนเดียวสามารถช่วยชีวิตคนได้เป็นร้อยคน เขาก็ยอมสละ และตอนหลัง Sam ก็จะเริ่มรู้ตัวว่าแม้ว่าเขาจะคิดอย่างนั้นจริง ๆ แต่เขาก็ไม่ทำแบบที่คิดตลอดเวลา” ความคิดลึก ๆ ในใจของเขาเป็นเสมือนกุญแจสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่าง Sam กับ Grim ทำให้ Sam ต้องการจะขอโทษเธอ “มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์อันมีค่าของทั้งคู่เลย มันเป็นเรื่องใหญ่มากในการที่ Sam ยอมขอโทษกับ Grim” คุณ Beland กล่าว

Andriy Kobin – The Black Sheep SCBL Kobin

เหตุใดคนอย่าง Andriy Kobin จึงมาอยู่ที่นี่ เขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของครอบครัว เขาเป็นแค่ไอ้เลวคนหนึ่ง ใช่แล้ว ทั้งหมดที่ว่ามามันคือเรื่องจริง Kobin เป็นคนเลว แต่เขาเป็นคนที่น่ารักแบบแปลก ๆ มีความบ้าคลั่ง มีความฉลาด และเป็นไอ้เลวด้วย แม้ว่ามันจะไม่มีด้านที่ดูอ่อนไหวในตัวเขาเลย แต่เขาเป็นคนฉลาด เป็นพวกสู้ชีวิต มันเป็นเพราะความพยายามที่จะมีชีวิตรอดนี่แหละที่ทำให้เขาได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Fourth Echelon แม้ว่าเขาจะถูกกักบริเวณเสียเป็นส่วนใหญ่เกือบตลอดทั้งเกม เขาเป็นเสมือนคุณอาผู้ทำตัวแปลกแยกจากครอบครัว ไม่ค่อยมีใครอยากพูดด้วยหรืออยากจะพูดถึง

เขาไม่ได้เป็นตัวละครหลักใน Blacklist คุณ Beland กล่าวว่า “Elias Toufexis นักแสดงที่รับบทเป็น Kobin นั้นสุดยอดมาก เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม และเราก็รักตัวละครตัวนี้ เราก็เลยอยากจะนำเขากลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเราเขียนเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เขา แต่พอเขียนไปมันก็เริ่มใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้นเราก็เลย เออ…ถ้างั้นก็ให้เขามาร่วมใน Blacklist ซะเลย

Kobin-Tortureเครือข่ายใต้ดินของ Kobin เป็นประโยชน์กับ Sam เป็นอย่างมากเหมือนกับที่ Sam เองก็เป็นประโยชน์ต่อการอยู่รอดของเขาเช่นกัน เป็นความสัมพันธ์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งอาจจะได้เห็นชัดเจนอย่างมากใน co-op mission Kobin จะให้ข้อมูลกับ Sam แลกเปลี่ยนกับการที่ Sam ช่วยกำจัดคนบางคนที่ทำให้เขาไม่พอใจให้ “Sam รู้ว่า Kobin มีหูมีตาอยู่ทั่ว นั่นทำให้ Kobin กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนก็ชัดเจนอยู่แล้วเพราะต่างก็รู้จักกันดี Kobin รู้ดีว่าตราบใดที่เขาอยู่กับ Sam เขาก็จะปลอดภัย และ Sam เองก็รู้ดีว่าการจะหยุดพวก Blacklist ได้จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจาก Kobin”

ความสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยให้ Sam มีความยั้งคิดมากขึ้น ข้อตกลงระหว่างเขากับ Kobin เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ “Sam สามารถรับมือกับไอ้ชั่วนี่ได้และพูดว่า ฉันสามารถข่มอารมณ์ของฉันได้ และจะปฏบัติกับเขาอย่างดีตราบเท่าที่เขายังเป็นประโยชน์กับฉัน และหลังจากนั้นค่อยคิดอีกทีว่าจะจัดการกับเขาอย่างไร”

แหล่งอ้างอิง (Reference) : UbiBlog ,IGN

นาน ๆ จะมาทีนะเนี่ยบทความเกี่ยวกับ Splinter Cell ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่า Ubisoft ไม่ค่อยจะโปรโมต Splinter Cell เท่าไรเลย

Advertisements

5 comments

  1. หึหึึหึหึหึหึ รอมานานบทความนี้ ในที่สุดก็ได้รู้เรื่องราวคร่าวๆของเกมนี้แล้วเย้ >U<

    • เขียนตังเยอะทำไมขึ้นแค่นี้ ToT

      “ปล. ไปพรีออเดอร์มาแล้วเสียไป 799 บาท 😀

      ปล2. “พูดเกี่ยวกับเรื่องที่ลุงแซมไม่ดังเพราะเป็นเกมปีที่แล้วอ้ะเปล่า!?”

      ปล.3 multiplayer น่าเล่นจัง + engine ตัวเก่าอ้ะเปล่า ? ทำไมลุงแซมตาตี่ภาคที่แล้ว? ทำไมลุงแซมดูหนุ่มกว่าภาค conviction ? แล้วลุกสาวแกหายไปไหนอีก :v

      ปล.4 ฯลฯ”

      • กำลังจะสั่งเหมือนกันค่ะ ตัวแทนจำหน่ายของไทยเขาให้เลือกเกมของแถมได้ 1 เกมด้วยไม่ทราบว่าคุณ Lux เลือกเกมอะไรไปคะ เจ้าของบล็อกไม่รู้จะเลือกเกมอะไรดี

        อันที่จริงเมื่อก่อนราคามันเคยถูกกว่านี้นะเนี่ย ตอนนี้ปาเข้าไปเกือบ 800 แล้วอีกหน่อยคงจะเป็นพันแน่ ๆ เลย

        เกมนี้โปรโมตตั้งแต่ปีที่แล้วจริง ๆ ค่ะเป็นเกมของ current gen แต่ถึงจะเป็นของปีที่แล้วก็เหอะ ก็ถือว่าไม่ค่อยจะโปรโมตเท่าไรอยู่ดี

        แต่เห็นด้วยว่าทำไมลุงแซมหนุ่มขึ้นมาได้ไง ไม่เหมือนคนอายุจะ 60 เลย

  2. รู้สึกว่าเกมที่จะแจกจะมีอยู่ 3 เกมครับ คือ
    – Call of Juarez: The Cartel แนว first person shooting
    – Prince of Persia : The Forgotten Sands แนว hack&slash ผสมไขปริศนาเหมือน god of war
    – Driver San Francisco แนวขับรถ
    โดยส่วนตัวแล้ว มี call of Juarez อยู่แล้ว แต่ถึงไม่มีก็จะไม่เอา เพราะตัวเกม ค่อนข้าง..ห่วย แต่ก็พอเล่นได้อ่ะครับ แต่(อีกที) เหล่าชาวฝรั่งก่นด่าว่าเป็นเกมที่ห่วยที่สุดที่เคยเจอมา <<< แต่ว่าภาคใหม่ call of Juarez gunslinger นี่ใช้ได้เลยนะครับ

    ส่วน เกมที่2กับ3 นี่ยังอยู่ในขั้นตัดสินใจเลยแหละครับ -3- เกมเจ้าชายเปอเซียร์จำได้ว่าเคยเห็นพี่เล่นในps2 เลยเฉยๆแต่เมื่อกี้ดู gameplayก็น่าเล่นดี เลยเลือกไม่ถูก ส่วนDriver San francisco นี่อยากเล่นอยู่ครับเพราะว่าน่าเล่นดีจะเอามาสะสมใน ID ด้วยเพิ่มแต้ม uplay

    สรุปแล้วผมเป็นคนเล่นเกมสายเนื้อเรื่อง แล้ว จขบ นี่ชอบเล่นเกมสายไหน คิดว่าควรเลือกเกมอะไรดีฮะ ?

    • จริง ๆ แล้วไม่ค่อยอยากได้เลยทั้ง 3 เกมเลยค่ะ ถึงเมื่อก่อนจะชอบเล่น Prince of Persia มากก็เถอะ ตอนนี้ก็สั่งเกมไปแล้วค่ะ ก็ยังเลือก Prince of persia เป็นอันดับแรก อันที่จริงอยากให้ลดราคามากกว่าบังคับแถมเกมที่ไม่อยากได้นะเนี่ย

      เจ้าของบล็อกชอบเล่นเกมที่มีเนื้อเรื่องดี ๆ ค่ะ เกมไหนใครว่าไม่สนุกแต่ถ้าเนื้อเรื่องดี เจ้าของบล็อกก็ว่าสนุกหมดค่ะ อย่างเกม Spec ops : The Line เอาจริง ๆ เกมเพลย์ไม่สนุกเท่าไร แต่เนื้อเรื่องมันหักมุมดีก็ทำให้เล่นได้เพลินมากขึ้นค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s